มฟล. ประกาศอัตลักษณ์ความเป็นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในรายวิชา MFU Character

มฟล. ประกาศอัตลักษณ์ความเป็นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในรายวิชา MFU Character

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เปิดตัวรายวิชาใหม่ล่าสุด ความเป็นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หรือ MFU Characterรหัสวิชา MFU 333 ซึ่งเลขสามสามสามนั้น มาจากเลขที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ณ จังหวัดเชียงราย โดยจะเป็นรายวิชาสำหรับนักศึกษาทุกคนของมหาวิทยาลัย และจะเริ่มการเรียนการสอนเป็นปีแรกในภาคการศึกษาต้นของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ซึ่งจะเปิดภาคการศึกษาในวันที่ 26 สิงหาคม 2562 นี้

รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า แท้จริงแล้วรายวิชานี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย แต่เป็นแนวคิดที่ปลูกฝังอยู่ในตัวของนักศึกษาของเรามาโดยตลอดตั้งแต่รุ่นแรก ซึ่งนักศึกษาของ มฟล. จะมีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ด้วยแนวคิดการสร้างบัณฑิตให้ถึงพร้อมทั้งการสร้างคน สร้างความรู้ สร้างคุณภาพ และสร้างคุณธรรม ที่ได้มีการวางรากฐานจากแนวคิดของ รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย

“สำหรับปีการศึกษา 2562 นี้เรามีสิ่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ของเรา แต่เป็นเรื่องที่เราจะประกาศตัวเองให้ชัดเจน ก็คือการจัดการเรียนการสอนในส่วนของหมวดวิชาศึกษาทั่วไปหรือ General education เป็นกลุ่มรายวิชาที่สามารถวัดผลได้อย่างรอบด้าน เราได้จัดรายวิชาใหม่ขึ้นมาเรียกว่า MFU character หากถามว่าคนที่จบจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จะมีคุณลักษณะอย่างไร ในการแสดงตัวตนหรือเป็น branding ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อันเป็นที่มาในการจัดรายวิชานี้ขึ้น จริง ๆ แล้วความเป็น MFU character ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัย เพียงแต่ในปีการศึกษาใหม่นี้ เราได้รวบรวมให้ทุกอย่างเป็นระบบมากขึ้น มีการวัดผลทางการศึกษา ซึ่งอาจไม่ได้ให้เป็นเกรด หรือว่าเป็นลำดับของผลการเรียนรู้ แต่เป็นเรื่องของการผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเรามองว่านักศึกษาที่นี่ นอกจากหลักการสำคัญหรือนอกจากเก่งในเรื่องของทักษะด้านวิชาการและด้านภาษาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งคือวัฒนธรรมของความเป็นแม่ฟ้าหลวงหรือ MFU character เป็นสิ่งสำคัญที่เราอยากปลูกฝังไว้ในตัวนักศึกษาทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นในการร่วมกิจกรรมต่างๆ ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นจิตอาสา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงไปของโลกภายนอก เพื่อจะเตรียมความพร้อมไปสู่สิ่งที่ทั่วโลกกังวลกันก็คือ Disruptive world ถ้ามันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรแล้ว คิดว่าหน้าที่ของสถาบันการศึกษา ก็คือเตรียมบัณฑิตของเราก่อนออกไปสู่โลกการทำงาน ให้มีความพร้อม”

“รายวิชา MFU character จึงเป็นรายวิชาที่รวบรวมทักษะ ความรู้ และคุณลักษณะต่างๆ รวมถึงกิจกรรมสำคัญ ที่เชื่อว่ามีความสำคัญต่อโปรไฟล์ของบัณฑิตแต่ละคนอย่างรอบด้าน นอกเหนือไปจากในการเรียนเรื่องของวิชาการเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นปีการศึกษาใหม่นี้ นักศึกษาใหม่ทุกคนจะมีรายวิชาใหม่เกิดขึ้นที่ชื่อว่า MFU character เพื่อเป็นการปลูกฝังทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้บัณฑิตของเราพร้อมออกไปสู่โลกการทำงาน และเป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองต่อไป” รศ.ดร.ชยาพร กล่าว

สำหรับเป้าหมายสูงสุดของ MFU Character คือการสร้างบัณฑิตที่ตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนของประเทศในทุกๆ ด้าน และเป็นคนที่สามารถทำงานได้ในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 หรือ 4c (Critical thinking Creativity Collaboration Communication) รวมทั้งสามารถตอบสนองนโยบายของ คณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. (ในปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ควบรวมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ตามคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ หรือ TQF 5 ด้าน (1.คุณธรรม จริยธรรม 2.ความรู้ 3.ทักษะทางปัญญา 4.ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 5.ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยี)

       โดย MFU Character ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีหลักการที่สำคัญ คือ SOTUS+3 ซึ่งความหมายของโซตัสนั้น ประกอบด้วย Seniority Order Tradition Unity Spirit และคุณลักษณะ +3 ตามแนวนโยบายของอธิการบดี มฟล. คือ Inspiration, Adaptability, Entrepreneurial Mindset จะเห็นได้ว่าเป็น soft skill ที่มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับการทำงานในโลกยุคปัจจุบันไม่ต่างจากความรู้ในด้านทักษะวิชาชีพ

         “ในปีการศึกษานี้ เราได้รวบรวมสิ่งที่เราสร้างไว้ตั้งแต่ต้นแล้วให้เป็นระบบ เป็นสิ่งที่นักศึกษาของเราทุกคนมีคุณลักษณะที่เรียกว่าเป็น MFU Character โดยประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 3 ด้านคือ 1.มีแรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะทำอะไรเราต้องมีเป้าหมาย รู้ว่าเราอยากทำอะไร อยากเรียนอะไร เรียนจบแล้วอยากทำงานอะไร อยากใช้ชีวิตอย่างไร และจะทำอย่างไรเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยแรงบันดาลใจ 2.มีความสามารถในการปรับตัว รับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ เอาความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ สื่อสารได้ ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างดี 3.มีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการ เพราะในยุคหน้านี้ ไม่มีใครอยากเป็นลูกน้อง อยากเป็นเจ้านายตัวเองทั้งนั้น อยากทำงานในตัวเองที่รัก หรือทำงานในสิ่งที่ตัวเองเรียนจบมา เมื่อเขียนเป้าหมายได้ดังนี้แล้ว อาจารย์พูดเสมอว่าให้พุ่งชนได้เลย เพราะเราได้เตรียมพร้อมตัวเราเองไว้หมดทุกด้านแล้ว”

     “ประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ และตั้งคำถามมาเสมอว่าเรามีการรับน้องหรือไม่ ก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำทุกครั้ง ว่ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีกิจกรรมรับน้อง ในการรับน้องของเราใช้หลักการที่เรียกว่า SOTUS ซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะ 5 ด้าน มีคนบอกว่าการใช้โซตัสนี้เป็นดาบสองคมหรือไม่ เราคิดว่าหลายคนเข้าใจความหมายของโซตัสผิด และนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง เราประกาศออกสื่ออย่างชัดเจนว่าเรามีกิจกรรมรับน้อง แต่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเรารับน้องแบบผู้มีปัญญา รับน้องอย่างผู้มีวัฒนธรรมและมีความสุข และสิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝังอยู่ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษา เราหล่อหลอมบุคลิกภาพที่โดดเด่นให้กับพวกเขาโดยที่ไม่รู้ตัว แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้นักศึกษาของเรามีความแตกต่างจากที่อื่น และมักได้รับคำชื่นชมมาเสมอ”

       “สิ่งสำคัญอันแรกที่เราวางรากฐานไว้ให้ก็คือ 1.Seniority ความเคารพผู้อาวุโส คือความสัมพันธ์กับทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง กับครูบาอาจารย์ พ่อแม่ รู้จักมีความนอบน้อม 2.order เราจะทำให้นักศึกษาของเรามีวินัย สามารถปรับตัวเข้ากับกฎระเบียบข้อบังคับของสถานที่ที่เราเข้าไปอยู่ได้ 3.Tradition ความเคารพในประเพณีวัฒนธรรมของทั้งมหาวิทยาลัย และของสังคม 4.Unity จะทำอะไรร่วมกับผู้อื่นได้ต้องอาศัยความสามัคคี ซึ่งเริ่มต้นมาจากการที่ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย ที่จะได้ทำงานร่วมกับเพื่อน ร่นพี่รุ่นร้อง รวมทั้งอาจารย์และเจ้าหน้าที่ในส่วนงานต่างๆ 5.Spirit ความมีนำใจ รู้จักเอื้อเฟื้อแบ่งบัน เราได้สร้างให้เขารู้จักการเป็นจิตอาสา มีกิจกรรมมากมายทั้งค่ายอาสา ทั้งกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม”

      “สิ่งเหล่านี้คือวัฒนธรรมของแม่ฟ้าหลวง เราปลูกฝังทักษะรอบด้านเพื่อให้เขาเป็นบัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอย่างสมบูรณ์ ที่ถึงพร้อมทั้งทางด้านความรู้ คุณธรรมจริยธรรม เป็นทั้งคนเก่งและคนดี เป็นคนที่มีความสุขในการใช้ชีวิต หลายสถาบันเข้ามาศึกษาดูงานกับเรา หรือเจ้าของกิจการที่รับนักศึกษาของเราเข้าฝึกปฏิบัติงานและทำงาน ให้คำชื่นชมว่าเราสร้างนักศึกษาให้มีคุณลักษณะแบบนี้ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้เราไม่เคยหวงความรู้ แต่ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เราก็ทำได้ และทำมาตั้งต้นก่อตั้งมหาวิทยาลัย จนเกิดเป็นอัตลักษณ์แห่งความเป็นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หรือ MFU Character ที่ชัดเจนในปัจจุบัน” อธิการบดี มฟล. กล่าว

    ด้าน ผศ. สุกัล กฤตลักษณ์วงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาวิชาการ และเป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงานของส่วนพัฒนานักศึกษา เป็นอีกบุคคลสำคัญที่ได้รวบรวมสรรพกำลังของทุกภาคส่วนที่ทำงานด้านการพัฒนากิจกรรมนักศึกษา ทั้งในส่วนของผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ รวมทั้งสำนักวิชา และองค์การบริหาร องค์การนักศึกษา ซึ่งล้วนมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ให้เกิดวัฒนธรรมความเป็นแม่ฟ้าหลวง ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย ทั้งกิจกรรมของส่วนกลาง สำนักวิชา และชมรมนักศึกษา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาที่ไปของการจัดทำรายวิชา MFU Character

อาจารย์ดูแลรายวิชา MFU character  ในส่วนใดบ้าง ?
       จริง ๆ แล้วหน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่ ก็จะเป็น 2 หน่วยงานหลักๆ ก็คือส่วนพัฒนานักศึกษา และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาวิชาการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านอธิการบดีให้ดูแลทั้ง 2 หน่วยงานนี้ ก็เลยได้มามีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับรายวิชา MFU character

MFU character คืออะไร ?
      MFU character เป็นชื่อของรายวิชา GE หรือหมวดศึกษาทั่วไป เป็นรายวิชาพื้นฐานวิชาใหม่ ที่เพิ่งเริ่มเปิดการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษา มฟล. ในปีการศึกษา 2562

       ความเป็นมาก็คือว่า เนื่องจากว่ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีนโยบายในการปรับปรุงรายวิชาพื้นฐานเมื่อปีที่ผ่านมา แล้วจากผลการวิจัยสถาบันที่เราทำออกมา เราก็พบว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้ความต้องการของผู้ประกอบการเองก หรือตลาดแรงงาน ไม่ว่าในระดับประเทศหรือในระดับโลก เรื่องของ soft skill เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ อย่างที่เรารู้กันว่าการทำงานในศตวรรษที่ 21 เราเน้นกันที่ soft skill มากกว่า เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดีและทำงานเป็นด้วย ถึงจะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน แล้วจริง ๆ นักศึกษาของเราที่จบออกไปหลายๆ รุ่น ที่เราผลิตออกไป ผู้ประกอบการค่อนข้างมีความประทับใจ ชื่นชมในนักศึกษาของเรา จึงได้นำมาวิเคราะห์ร่วมกันว่ามันเกิดจากสาเหตุคืออะไร เด็ก ๆ เหล่านั้นที่ออกไปสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่คือมีความรู้ดี ทำงานเก่ง เราก็เลยศึกษาลงไปลึกว่าอะไรที่ทำให้ให้เขาทำงานเก่ง มันเป็นผลมาจากการทำกิจกรรมในตอนที่เขาเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ที่ช่วยเสริมสร้าง soft skill ให้กับเขา

      เราก็เลยมาวิเคราะห์ย้อนกลับ แล้วอัตลักษณ์ของเด็กเราอยู่ที่ตรงไหน จากเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการ เราก็พบว่าเด็กของเราที่มี feedback กลับมาดี เพราะว่าเขาสามารถทำงานในสังคมพหุวัฒนธรรมได้ เขามีภาษาที่ดี การสื่อสารดี ความรู้ดี และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เขามีสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างเหมือนจะเป็นแบรนดิ้งของแม่ฟ้าหลวงก็คือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความกล้าแสดงความคิดเห็น ความอดทนและสู้งานหนัก มันเป็น soft skill ที่มันเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว โดยเขาได้ผ่านการหล่อหลอมจากการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย โดยที่เขาไม่รู้ตัวว่าเขาได้สิ่งเหล่านี้ ทำให้เขามีอัตลักษณ์เหล่านี้ออกไป คือไม่ใช่ว่าเราจะสร้าง MFU character จากรายวิชานี้ แต่เป็นคาแรกเตอร์ที่เด็กเรามีอยู่แล้วทุกรุ่น มีมานานแล้วกว่า 20 ปีที่เราก่อตั้งมหาวิทยาลัย และได้ผลิตบัณฑิตออกไป แต่ตอนนี้เราพร้อมแล้วที่จะประกาศออกไป ว่าสิ่งนี้คือ MFU character

ใครที่จะต้องเรียนรายวิชานี้ ?
       นักศึกษาทุกคน ที่เข้ามาในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะต้องเรียนรายวิชานี้ ส่วนประกอบของรายวิชา จริง ๆ แล้วรายวิชานี้ไม่มี lecture ไม่มีการเรียนการสอนในห้องเรียน แต่เป็นรายวิชาที่เรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรม และกิจกรรมนั้นไม่ใช่ว่านักศึกษาจะมาเป็นแค่ผู้เข้าร่วมเท่านั้น เราพบว่าสิ่งที่ทำให้เด็กเราเก่งหรือว่าเด็กกิจกรรมมี soft skill ก็คือการเป็นผู้จัดกิจกรรม หรือว่าการออแกไนซ์ คือมีทั้ง 2 ส่วน ทั้งผู้ร่วมกิจกรรมและผู้จัดทำกิจกรรม อย่างเช่นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เมื่อเข้ามาใหม่ เขาก็จะได้เป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้รู้ว่าแต่ละกิจกรรมเป็นอย่างไร มีรูปแบบเป็นอย่างไร มีการจัดการอย่างไร แล้วพอเขาขึ้นไปสู่ปีที่ 2 ขึ้นไป เขาก็จะได้เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้จัดกิจกรรม ซึ่งรายวิชานี้ส่วนตัวอาจารย์มองว่า เป็นรายวิชาที่ให้โอกาสเด็กทุกคน ได้ทดลองการทำงานจริง เพราะว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัยทั้งหมด จริง ๆ แล้วมันคือต้นแบบการทำงานนั่นเอง เราก็เลยสร้างสิ่งนี้ให้มันเกิดขึ้นกับเด็กทุกคน ต่อไปเด็กทุกคนจะต้องมีโอกาสได้เป็นทั้งผู้เข้าร่วม และได้เป็นทั้งผู้จัดกิจกรรม ในสัดส่วนที่เรามองและว่าพอเหมาะพอดี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอัตลักษณ์หรือว่า MFU character นั่นเอง

หน่วยงานที่มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนรายวิชานี้ ?
     มีหลายส่วนงานมาก ทั้งในส่วนของคณาจารย์ ตัวนักศึกษาเอง และผู้บริหาร โดยเฉพาะท่านอธิการบดีผู้ก่อตั้ง รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ ท่านเล็งเห็นความสำคัญของการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยของเรามาก ๆ ท่านมาร่วมงานและร่วมกิจกรรมของเราทุกครั้งที่มีโอกาส อย่างเช่นกิจกรรมชิงธงสำนักวิชา ท่านจะบอกเสมอว่า เห็นไหมว่าพอนักศึกษาปี 1 มาเข้าร่วมกิจกรรมตรงนี้ มันก็ทำให้เขาเกิดความสามัคคี มันคือ MFU character มีความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นการสรางอัตลักษณ์ให้เขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว มันไม่มีทางเลย ถ้ามันปราศจากความสามัคคี มันจะไม่สามารถทำกิจกรรมให้ประสบความสำเร็จได้อย่างในกิจกรรมชิงธงสำนักวิชา นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของแต่สำนักวิชาจะต้องร้องเพลงมาร์ช มฟล. มาให้พร้อมเพรียงไพเราะ ถ้าปราศจากความสามัคคีแล้ว ไม่มีทางเลยที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จ โดยสามารถพิชิตใจกรรมการให้ผ่านได้ ถ้าเขาไม่เคารพกันและกัน ไม่เคารพรุ่นพี่ ไม่เคารพเพื่อน มันก็จะไม่เกิดความสำเร็จขึ้น

รายวิชานี้มันตอบโจทย์ของประเทศหรือตอบโจทย์ของกระทรวงฯ อย่างไร ?
      ในระดับนโยบายของประเทศ การที่เป็นวิชาพื้นฐาน หมวดศึกษาทั่วไป เราจะต้องสร้างให้นักศึกษามีความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับการใช้ชีวิต อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก มันคือพื้นฐานของการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลในสังคมที่อยู่กัน สิ่งที่เรามีในรายวิชานี้มีมากกว่า TQF หรือกรอบมาตรฐานหลักสูตร ซึ่งเป็นกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ก็จะมีอย่างเช่น คุณธรรมจริยธรรม ความรู้ ปัญญา และอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกสำนักวิชาของเราดำเนินการอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราให้รายวิชา MFU character มีมากกว่านั้น คือทักษะการทำงานในศตวรรษที่ 21 และอีก 3 สิ่งที่ท่านอธิการบดีคนปัจจุบัน รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ มอบนโยบายไว้ว่านักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะต้องมี ก็คือ 1. มีแรงบันดาลใจ 2.เขาต้องสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์ ในทุกสังคมที่เขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่ 3.คือทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ต้องมี mindset ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันจะทำให้เกิดเป็นหนทางสู่รายได้อย่างไร ทั้งการทำงานที่ตรงสายของเขา หรือไปทำงานสายอื่นเขาก็สามารถปรับตัวและประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะของเขาทำให้ประสบความสำเร็จได้

อยากให้ขยายความ เรื่องของแรงบัลดาลใจ การปรับตัว และทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ?
       จริง ๆ แล้วสำหรับรายวิชานี้ สิ่งที่จะต้องสร้างให้เกิดขึ้นในเด็กของเราให้ได้ใน MFU character ก็คือ แรงบันดาลใจ ในที่นี้ก็คือมันจะต้องถูกสร้างตั้งแต่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มันคือแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตว่า 4 ปีที่เขาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เขาจะต้องมีเป้าหมายในชีวิต ในทุก ๆ วันที่เขาอยู่ในมหาวิทยาลัย ทั้งทางด้านการเรียน การใช้ชีวิต การอยู่ร่วมกับเพื่อน มันก็จะปูพื้นมาตั้งแต่กิจกรรม How to live and learn on campus และกิจกรรมของสำนักวิชา สิ่งเหล่านี้มันเหมือนเราปลูกเมล็ดลงในหัวใจของเขา ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย ให้เขามีเป้าหมายให้ได้ว่า 4 ปีจากนี้ เขาจะทำอะไร เขาจะเรียนยังไง เขาจะอยู่ยังไง และเขาจะต้องไม่ท้อแท้ไปเสียก่อน ระหว่างที่เขาเรียนอยู่ จะมีแรงบันดาลใจในการเรียนและใช้ชีวิตตลอดเวลา จนไปจุดหมายปลายทางของเขา อันนี้คือเป้าหมายของรายวิชานี้

      ในส่วนของ การปรับตัว มันจะสอดคล้องกับข้อแรก คือเขาจบจากระดับชั้นมัธยมศึกษา มาสู่ระดับอุดมศึกษาแล้ว มหาวิทยาลัยของเราใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักในการเรียนการสอน ซึ่งนักศึกษาไทยส่วนใหญ่ ไม่ได้เรียนโดยมีการใช้ภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ต้น เราก็เลยจะต้องสอนให้เด็กของเราสามารถปรับตัวให้ได้ ปรับตัวในที่นี้ ก็คือปรับทั้งรูปแบบการเรียน ปรับทั้งการใช้ชีวิต เขาจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่โดยมีสภาพแวดล้อมอย่างนี้ ปรับตั้งแต่การอยู่ในหอพักที่จะต้องอยู่ร่วมกับเพื่อน 4 คน ถ้าคุณอยู่ร่วมกับเพื่อน 4 คนนี้ได้ โดยที่ตอนแรกคุณไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คุณก็สามารถไปอยู่กับใครก็ได้บนโลกใบนี้ มันคือห้องเปลี่ยนนิสัย ไม่ว่าคุณจะมาจากไหน วันหนึ่งได้มาอยู่ร่วมกัน คุณก็ต้องปรับตัว นี่คือการจำลองโลกทั้งใบ ส่วนการปรับพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษ เราก็จะมีรายวิชา Intensive English หรือรายวิชาภาษาอังกฤษสูตรเร่งรัด เราปรับพื้นฐานด้านภาษาให้เด็กนักศึกษาสามารถเรียนได้ ส่วนในเรื่องของวิธีการเรียน ก็จะมีกิจกรรมที่เราเปิดโอกาสให้เข้าพบกับอาจารย์ที่ปรึกษา หรือกิจกรรม how to learn เขาจะได้เจอได้พูดได้คุย ว่าสาขาวิชานี้จะต้องเรียนอย่างไร ก็ต้องอยู่ให้ได้ ใช้ชีวิตให้ได้ ในมหาวิทยาลัยก็จะได้เจอเพื่อนนอกสาขา เขาจะได้เจอรุ่นพี่ เขาจะได้รู้จักทุกฟังก์ชันของมหาวิทยาลัยในสัปดาห์แรกที่เข้ามาถึง ซึ่งกิจกรรมตรงนี้มันเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทำยากกว่าเรา แต่เราก็ทำได้ดี

       ข้อที่ 3 คือ mindset ของการเป็นผู้ประกอบการ ตรงนี้เกิดจากท่านอธิการบดีผู้ก่อตั้ง ได้เล็งเห็นว่าจริง ๆ แล้วนักศึกษาของเรามีความสามารถ โดยเฉพาะเด็กกิจกรรม เขามี creativity สูงมาก เขามีสิ่งที่ไม่เหมือนเด็กของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ยกตัวอย่างคือ คุณไม่จำเป็นจะต้องจบการจัดการ แต่ทำไมจบนิติศาสตร์บางคนถึงสามารถออกไปประกอบธุรกิจได้ประสบความสำเร็จ หรือว่าคุณจบวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง แต่ทำไมคุณสามารถออกไปประกอบธุรกิจได้ดีในสาขาของคุณ mindset ตรงนี้มันถูกสร้างด้วยโอกาสที่เขาได้รับในการทำกิจกรรม เหมือนเขามีมุมมองที่หลากหลาย มีมุมมองที่กว้างกว่าเด็กที่เรียนเพียงอย่างเดียว เขามีสกิลของการบริหารจัดการที่ถูกสร้างโดยที่เขาไม่รู้ตัว เขามีสกิลในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สกิลในการเข้าหาบุคคลต่างๆ เข้าหาผู้ใหญ่ การเจรจาการต่อรอง ซึ่ง mindset นี้ที่มหาวิทยาลัยให้โอกาสเขาสูงมากในการทำกิจกรรม โดยอาจารย์จะคอยเป็นพี่เลี้ยงดูอยู่ห่างๆ และสนับสนุนให้เขาได้ทำกิจกรรมที่เขาอยากทำอย่างสร้างสรรค์ และเมื่อเขามีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการปรับตัว และทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ เขาก็สามารถไปทำอะไรก็ได้

      ในระหว่างที่เขาทำกิจกรรม เขาอาจจะไม่รู้ว่าตัวว่าเขาได้รับสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว เขาเกิดมีอัตลักษณ์บางอย่าง เมื่อเขาเรียนจบไปเขาจะรู้สึกได้เอง ว่าสิ่งที่เขามีเป็นเอกลักษณ์ความเป็นแม่ฟ้าหลวงติดตัวเขาไปในทุก ๆ ที่

กิจกรรมที่โดดเด่นของมหาวิทยาลัย ?
      อันแรกก็คือกิจกรรม How to live and learn on campus ซึ่งนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรม อันที่สองก็คือกิจกรรมน้องใหม่ปลูกป่า กิจกรรมจิตอาสาปันน้ำใจ เป็นการปลูกฝังการช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกัน อันต่อมาคืออุ้มพระขึ้นดอย เป็นการสร้างให้เกิดความสามัคคี อย่างปีที่แล้วถ้าใครเคยผ่านกิจกรรมนี้ ธรรมชาติจัดสรรให้เรา เพราะว่ากิจกรรมอุ้มพระขึ้นดอยทำตอนฤดูฝน มีฝนตก เราได้เห็นภาพเพื่อนคล้องแขนกัน แล้วเอาตัวเองขึ้นดอยให้ได้ด้วยกัน สิ่งนี้มันสร้างให้เกิดความห่วงใยซึ่งกันและกัน ใส่ใจทั้งพี่กับน้อง เพื่อนกับเพื่อน ไม่ว่าจะต่างสำนักหรือว่าสำนักเดียวกัน ทุกคนดูแลกัน พี่สวัสดิการมีกำลังคนน้อย เขาก็จะดูแลในส่วนที่เขาดูแลได้ หาอาหารการกิน การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เราได้เห็นบรรยากาศที่มันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ สำหรับกิจกรรมที่จัดให้เด็ก 3,000 กว่าคน ในกิจกรรมระดับมหาวิทยาลัย กล้าพูดได้เลยว่าเราเป็นมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาปี 1 จำนวนเท่านี้แล้วสามารถกิจกรรมให้เขาเข้าร่วมพร้อมกันได้ มันเป็นอะไรที่สุดๆ แล้ว ไม่ค่อยเห็นที่ไหนสามารถทำได้ เราสามารถหล่อหลอมให้เขาได้รู้จักกัน ห่วงใยใส่ใจกันและกัน จะเห็นพี่อยู่ตรงทางลงเขา รุ่นพี่จะยืนประกบสองฝั่ง ดินลื่นมาก น้องกับน้องคล้องแขนกันขึ้นดอย และมีพี่ประคองน้อง ให้น้องเดินขึ้นทางลื่นได้ ทุกคนทำงานอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ไม่กลัวเปื้อน ไม่กลัวเปียก ไม่กลัวเจ็บ รู้อย่างเดียวว่าฉันต้องดูแลน้อง ฉันต้องดูแลเพื่อน จะต้องก้าวขึ้นไปให้สำเร็จ สิ่งเหล่านี้มันปลูกฝังลงในหัวใจของเขา

รายวิชานี้วัดผลได้จากอะไร ?
     เวลาที่เราวัดผล จะมีอยู่ 2 แบบ ถ้าเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เราให้เขาประเมินตนเอง ในคู่มือที่เราได้ออกแบบไว้ เรามีเครื่องมือที่จะเล่าให้ฟังคร่าวๆ อย่างเช่นกิจกรรมน้องใหม่ปลูกป่า กิจกรรมนี้จะทำให้เขาได้เข้าใจปณิธานของสมเด็จย่า ในการปลูกป่าสร้างคน เราก็จะถามตรง ๆ เลยว่าก่อนที่คุณจะทำกิจกรรมนี้กับเรา และหลังการทำกิจกรรมนี้ ก่อให้เกิดแนวคิดในการตระหนักรู้ในเรื่องนี้แค่ไหน ให้เขาลองประเมินตนเอง อันนี้คือการประเมินในเบื้องต้นสำหรับผู้ทำกิจกรรม หรือในพิธีบายศรีสู่ขวัญและงานเลี้ยงขันโตก ภารกิจของงานนี้ก็คือทำยังไงก็ได้ ให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ได้รู้จักความเป็นไทย ความเป็นไทยในที่นี้ที่เราจะสร้างให้เขาได้ ก็คือทำให้เขาได้รู้จักประเพณีล้านนา ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย เป็นท้องถิ่นที่เราอยู่ เราจะต้องรู้จักประเพณีล้านนา จากการบายศรีสู่ขวัญหรือการทานอาหารในขันโตก เราก็จะถามเขาตรง ๆ เลยว่าคุณเข้ากิจกรรมแล้ว คุณประเมินตนเองว่าคุณรู้จักขันโตกมากขึ้นแค่ไหน ขันโตกคืออะไร เป็นต้น

       และเมื่อเขาเป็นรุ่นพี่ เป็นผู้จัดกิจกรรม การประเมินก็จะเข้มข้นมากขึ้น จะต้องถูกประเมินโดยผู้อื่น ในเรื่องของการทำงานเป็นทีม ประเมินโดยอาจารย์หรือพี่เจ้าหน้าที่ ที่เป็นผู้ดูแลการทำกิจกรรม ว่าน้องๆ ที่เป็นผู้จัดกิจกรรม จัดออกมาเป็นอย่างไร สามารถบรรลุวัตถุประสงค์สได้ไหม สามารถทำงานร่วมกันได้ไหม ทำงานท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้ไหม สมมุติว่ากิจกรรมน้องใหม่ใส่บาตร ตอบสนองต่อ MFU Character แล้วคนศาสนาอื่นเขาดูแลอย่างไร เพราะว่าแต่ก่อนกิจกรรมน้องใหม่ใส่บาตร เด็กที่อยู่ในศาสนาอื่นจะบอกว่าฉันไม่สามารถเข้าร่วมได้ เพราะว่าเป็นเรื่องในศาสนาพุทธ เราก็กลับมาคิดใหม่ ว่างานนี้สามารถตอบโจทย์การทำงานในสังคมพหุวัฒนธรรมได้ แล้วเราจะทำกิจกรรมนี้ให้สำเร็จได้อย่างไร เราก็มาประชุมมาคุยกันว่าจริง ๆ กิจกรรมน้องใหม่ใส่บาตรคืออะไร เป้าหมายคือทำให้นักศึกษาใหม่รู้จักการแบ่งปัน ถ้าไม่พูดในแง่ของพุทธศาสนา การทำบุญใส่บาตรก็คือการแบ่งปันนั่นเอง เพราะฉะนั้นปีนี้เราจึงปรับเป็นกิจกรรมจิตอาสาปันน้ำใจ เพื่อให้ทุกศาสนาเข้ามาร่วมได้ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของงานได้เหมือนกัน ต่อจากนี้ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ที่ไหนในโลกปีนี้ เขาจะรู้จักการแบ่งปันในแต่ละวัฒนธรรม เราสามารถปรับตัวเข้ากับแต่ละคนได้ ทำงานร่วมกับเขาได้ ปรับตัวเข้ากับเขาได้

          ในรายละเอียดของการทำงาน ไม่ใช่แค่อยู่ในวันกิจกรรม จะต้องมีอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำป้าย การทำการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสารต้องมี 2 ภาษาหรือไม่ หรือจะต้องมีภาษาจีนด้วยหรือไม่ เราต้องมองหลายมุมมาก เพื่อให้แต่ละกิจกรรมสามารถตอบโจทย์ที่เราวางไว้ได้ครบถ้วน ต้องทำงานกันหนัก ทั้งอาจารย์ที่มีส่วนในการช่วยกันออกแบบหลักสูตร ไปจนถึงผู้ที่ร่วมวางแผนจัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่และนักศึกษา

ตอบสนองชีวิตในอนาคตอย่างไร ?
      ปลายทางเราวางแผนกันว่า เราจะเอาเครื่องมือทั้งหมดที่เราเคยประเมินเขาในแต่ละกิจกรรม มาถามภาพรวมว่าคุณมาถึงวันนี้ คุณกำลังจะก้าวขาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว คุณได้สิ่งนี้หรือไม่ 1-2-3-4-5 เราได้แค่ไหน สิ่งนี้มันจะเป็นผลสะท้อนที่ออกมาให้เราเห็น และเป็นสิ่งที่ตัวนักศึกษาจะต้องได้ แล้วสิง่ที่เราต้องการใหมันเกิดขึ้น มันอยู่ในระดับที่โอเคไหม แล้วมันจะต้องพัฒนาต่ออย่างไร มันเป็นเหมือนเครื่องมือที่คืนกลับไปยังผู้ปฏิบัติหรือผู้จัดกิจกรรมนั้นด้วย เพื่อการพัฒนากิจกรรมให้ดีขึ้น และสามารถสร้างสิ่งที่เราคาดหวัง จริง ๆ มันเหมือนเป็นการพัฒนานักศึกษาครั้งใหญ่ ทั้งในระดับของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งเป็นภารกิจของเรา รวมถึงทุกคน ซึ่งก็คือตัวนักศึกษาเอง

ในบทบาทอาจารย์คาดหวังอยากให้นักศึกษาเป็นอย่างไร ?
       หัวใจของความเป็นครูอาจารย์ มั่นใจว่าทุกสำนักวิชาอยากให้เด็กไปทำงานที่ไหนก็ได้ ปรับตัวและมีความสุขได้กับทุกสิง่ที่เขาทำ แล้วเขาจะเป็นเหมือน ambassador ของมหาวิทยาลัย เมื่อเขาออกไปทำงานเขาคือโอกาสในการสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย เขาเป็นตัวแทนของแม่ฟ้าหลวง ไม่ว่าเขาอยู่ที่ไหนเขาจะเป็น  branding ของแม่ฟ้าหลวง แค่นี้มันสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

ตอบโจทย์ภาพใหญ่ภาพรวมของประเทศได้อย่างไร ?
       ถ้าบัณฑิตของเรามีคุณภาพ นั่นหมายความว่า คนคุณภาพจะได้ไปอยู่ในองค์กรต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะเป็นกลไกสำคัญ เป็นตัวจักรสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้น

       อยากย้ำว่า soft skill เป้ฯสิง่สำคัญมาก และการทำกิจกรรมจะเป้ฯพื้นฐานให้เข้าได้มีสิ่งเหล่านั้น เป็นโอกาสให้เขาได้พัฒนาตนเอง มีเด็กบางคนเข้ามาในมหาวิทยาลัย แล้วหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม ไม่อยากเข้าร่วม อยากอยู่กับตัวเองมากกว่า บางคนจบไปด้วยเกรดเกียรตินิยมอันดับ 1 แต่ไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เลย แยกตัวจากคนอื่น ผู้ประกอบการก็บอกกับเราว่านิสัยแบบนี้ไม่น่ารัก มีไม่น้อยเลยที่เป็นแบบนี้ บางคนเก่งแต่ทำงานไม่ได้ ผู้ประกอบการเขาตั้งคำถามว่าเขาจะเอาเด็กที่เก่งอย่างเดียวไปเพื่ออะไร อาจารย์กำลังจะบอกว่าตอนนี้เรากำลังจะสร้างเด็กของเราทุกคน ไม่ให้เกิดแบบนั้นด้วยรายวิชา MFU Character ดังนั้นก็อยากให้นักศึกษาทุกคน ภูมิใจที่มหาวิทยาลัยได้ติดอาวุธ soft skill ให้เขาอย่างจริงจัง ด้วยรายวิชา MFU Character โดยก็ไม่ต้องดิ้นรนหา ทางสำนักวิชาต่างๆ ก็เตรียมพร้อมในการให้โอกาส ทั้งเป็นผู้ร่วมและเป็นผู้จัดกิจกรรม จะจัดในระดับสำนักวิชาก็ได้ ในระดับชมรมก็ได้ หรือว่าร่วมจัดในระดับมหาวิทยาลัยส่วนกลางก็ได้ กิจกรรมมีเยอะมาก โอกาสมีเยอะมาก  รายวิชานี้เป็นวิชาแห่งโอกาสในการเรียนรู้ชีวิตอย่างแท้จริง