ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ให้ข้อคิดนักศึกษาใหม่ มฟล. ถอดบทเรียนจากถ้ำหลวง “สิ่งที่สำคัญกว่าคนเก่งคือคนดี”

ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ให้ข้อคิดนักศึกษาใหม่ มฟล. ถอดบทเรียนจากถ้ำหลวง “สิ่งที่สำคัญกว่าคนเก่งคือคนดี”

เมื่อวันอังคารที่ 24 กรกฎาคม 2561 นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระเยา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) แห่งจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ได้เดินทางมาเยือน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษในกิจกรรม “เตรียมความพร้อมนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2561” เพื่อให้ข้อคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษาใหม่กว่า 3,600 คน ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนารถ

ในโอกาสนี้ รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มฟล. กล่าวต้อนรับว่า วันนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่กรุณาเดินทางมาพูดคุยกับนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในครั้งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเตรียมความพร้อมนักศึกษาชั้นปีที่ 1 หรือ How to live and learn on campus จัดขึ้นเพื่อหลอมรวมความรู้สึกนึกคิดและความเข้าใจของนักศึกษาใหม่ทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และให้รู้ว่าจะใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างไร

“ในโอกาสพิเศษเช่นนี้เราก็มักจะเชื้อเชิญบุคคลสำคัญ คนที่เป็นผู้นำทางความคิด คนซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อบ้านเมือง คนที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไปในอนาคตได้มาพูดคุยกันในแต่ละปี ปีนี้เป็นปีพิเศษเพราะว่าเชียงรายดังไปทั่วโลก เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่สำคัญขึ้น เราได้เห็นประกายแห่งความเป็นผู้นำของบุคคลหนึ่งได้ฉายแววออกมา ทำให้ชาวโลกได้มองเห็น ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นและเสี่ยงภัยนั้น เราต้องการผู้นำที่มีลักษณะใด วันนี้เราโชคดีที่นักศึกษาใหม่ของเราได้พบกับท่าน ผมเรียกท่านว่า ผู้ว่าฯ ถ้ำ นับแต่ท่านเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้พูดคุยกันในหลายวาระโอกาส เรื่องหนึ่งที่พูดคุยกันคือความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ซึ่งตรงตามแนวพระราชปณิธานของสมเด็จย่าที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนนั้นเป็นคนดี คนดีในความหมายของสมเด็จย่าข้อแรกคือเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนที่ไม่พูดปด เป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมือง จริงใจกับพี่น้องประชาชน และสิ่งเหล่านี้ต้องมีตัวอย่างที่ดี จากบุคคลที่ดี ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เดินตาม” อธิการบดี มฟล. กล่าว

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็มในการพูดคุยกับนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยได้เล่าถึงขั้นตอนต่างๆ ในการปฏิบัติภารกิจ ค้นหา-กู้ภัย-ส่งกลับ นักฟุตบอลเยาวชน “ทีมหมูป่า” ที่ประสบภัยติดอยู่ในถ้าหลวงขุนน้ำนางนอน นับแต่วันแรกที่มีทีมงานค้นหาไม่กี่คน จนกระทั่งมีผู้ปฏิบัติงานจิตอาสาเพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อย หลักพัน กระทั่งถึงหลักหมื่นในหน้าที่ต่างๆ ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ปฏิบัติการ ตั้งแต่ทีมสำรวจ สื่อสาร เดินป่า ดำน้ำ ขนอุปกรณ์ สูบน้ำ ก่อสร้าง ทำอาหาร ขับรถ ซักผ้า ทั้งที่ปรากฏในสื่อมวลชนและที่อยู่เบื้องหลัง และผู้ที่ทำหน้าที่สำคัญในการเป็น “ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ” ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์กล่าวอย่างถ่อมตนว่า ตนเองนั้นไม่ได้เป็นฮีโร่หรือวีรบุรุษ หากแต่เป็นผู้นำจิ๊กซอว์ทั้งหมดมารวมกัน ก่อให้เกิดภาพของเหล่าฮีโร่ตัวจริงนับหมื่นคน ที่มาช่วยปฏิบัติภารกิจที่ถ้ำหลวงจนประสบความสำเร็จในที่สุด

ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ได้บอกเล่าประสบการณ์การปฏิบัติภารกิจที่ถ้ำหลวง และถอดบทเรียนนำมาถ่ายทอดเป็นแรงบันดาลใจแก่นักศึกษาใหม่ มฟล. สำหรับการใช้ชีวิตนักศึกษาและชีวิตจริงต่อไปในอนาคต มีถ้อยคำบางส่วนบางตอนความว่า

“การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เป็นเพียงก้าวแรกของความสำเร็จ แต่ไม่ใช่ชัยชนะทั้งหมดของชีวิต เมื่อเราสำเร็จการศึกษา นำวิชาความรู้ออกไปใช้ประโยชน์ให้สังคมได้ นั่นจึงถือว่าเราประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง”

“ในการศึกษานั้น คนที่นำวิชาความรู้มาประยุกต์ใช้ได้จริง คือคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต”

“ผมเคยถามตัวเอ งเช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำชาวอังกฤษที่เป็นผู้พบตัวทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตเป็นคนแรก ว่าสิ่งที่ร่ำเรียนและฝึกฝนมาทั้งชีวิตนั้นทำไปเพื่ออะไร จนได้ค้นพบคำตอบ เมื่อได้มาปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตในครั้งนี้”

“การทำงานทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จ ต้องวางแผนให้ดีที่สุด เลือกคนทำงานให้เหมาะสมที่สุด และทำตามแผนให้ที่ดีที่สุด และต้องเตรียมรับมือเมื่อมีสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผน กับการเรียนมหาวิทยาลัยก็เช่นเดียวกัน เราอยากเรียนอะไร ต้องเรียนอย่างไร เมื่อเรามีแผนที่ดี เท่ากับเรามีต้นทุนสู่ความสำเร็จ”

“สิ่งที่ได้เรียนรู้จากถ้ำหลวงและจากผู้คนที่มาช่วยปฏิบัติภารกิจ คือ ความมีน้ำใจ ความเสียสละ ซึ่งไม่มีคำว่าเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สีผิว ไม่มีเส้นแบ่งกั้นที่ทำให้เกิด Mission of Humanity ความร่วมมือร่วมใจของมวลมนุษยชาติ”

“ทุกคนมีบทบาทหน้าที่ของตนเอง แค่เราทำตามหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด และไม่ละเมิดหน้าที่ของใคร”

“วิกฤติ ทำให้ได้ค้นพบโอกาส ปัญหาทำให้เกิดองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหา (แต่ถ้าเลือกได้เราก็ไม่อยากให้เกิดวิกฤติ)”

“ชีวิต ควรมีแผน ระยะสั้น-ระยะกลาง-ระยะยาว และเตรียมรับมือเมื่อไม่เป็นไปตามแผน นี่คือแผนที่สู่ความสำเร็จ”

“ชีวิตคนเรา มีทั้งบทบาทการเป็นผู้รับและผู้ให้ เราเรียนหนังสือเราเสียค่าเทอมส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ถือว่าเราเป็นผู้ที่ได้รับจากสังคม เมื่อเราเรียนจบออกไปทำงาน มีศักยภาพมากขึ้น ก็ขอให้หาโอกาสตอบแทนคืนกลับสู่สังคม ในฐานะผู้ให้”

“หลังจากที่ผมเรียนจบและทำงานราชการใช้ทุนรัฐบาลจนครบถ้วน เมื่อต้องตัดสินใจเลือกระหว่างมำงานราชการต่อ กับงานเอกชนที่ได้ค่าตอบแทนสูงขึ้น จากคำพูดของแม่บอกผมว่า ถ้าเราทำให้สังคมดีขึ้นได้ ทำงานราชการให้ดีขึ้นได้ ก็ไม่ต้องสนใจว่าจะได้เงินเท่าไร นับแต่นั้นมาผมก็ทำงานราชการมาโดยตลอด”

“ไม่ว่าทำงานหน้าที่ใด ขอให้เป็นคนดีของสังคม และสนับสนุนให้คนดีได้มีที่ยืนในสังคมมากกว่าคนไม่ดี จึงจะทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าได้ ตามแนวพระราชดำรัส ในหลวงรัชกาลที่ 9”