มฟล.ครบรอบ 20 ปี : พร้อมท้าทายทุกความเปลี่ยนแปลง

มฟล.ครบรอบ 20 ปี : พร้อมท้าทายทุกความเปลี่ยนแปลง

20 ปีแห่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

IMG_3368

     มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2541 เพื่อปฏิบัติภารกิจหลัก คือ ผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ ค้นคว้าวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ให้บริการวิชาการแก่สังคมและชุมชน และทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงสืบสานปณิธาน ‘ปลูกป่า สร้างคน’ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตลอดจนเป็นที่พึ่งทางปัญญาแก่สังคมในทุกโอกาส

     โดยได้เปิดการเรียนการสอนนักศึกษารุ่นแรกในปี 2542 จาก 4 สำนักวิชา 2542 เป็น 14 สำนักวิชาในปีการศึกษา 2559 จาก 2 หลักสูตรเป็น 73 หลักสูตรในปัจจุบัน จากนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 62 คน เป็นนักศึกษาประมาณ 15,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาต่างชาติกว่า 500 คน จากบัณฑิตรุ่นแรกจำนวน 46 คน ในปีการศึกษา 2546 เป็นจำนวน 2,637 คน ในปีการศึกษา 2559 มหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตออกรับใช้สังคมรวมจำนวนทั้งสิ้น 20,526 กระจายตัวปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

     มหาวิทยาลัยประกาศใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักในการเรียนการสอนในทุกสาขาวิชาและทุกชั้นปี ตลอดตั้งแต่เริ่มต้น เช่นเดียวกับที่ได้พัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือในการจัดสร้างศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธรขึ้นเป็นแห่งแรกในโลก และจัดส่งอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งมาช่วยวางหลักสูตรและดำเนินการสอนภาษาจีนในระยะแรก ซึ่งภายหลังปรากฏว่ามหาวิทยาลัยได้รับการยอมรับว่ามีความเข้มแข็งทั้งด้านภาษาอังกฤษและภาษาจีนในระดับชาติ และเป็นจุดแข็งหนึ่งของบัณฑิต มฟล.

     นอกจากนี้ทักษะด้านภาษาแล้ว มหาวิทยาลัยใช้ทรัพยากรและความทุ่มเทอย่างเต็มกำลังสำหรับผลิตบัณฑิตให้มีภูมิรู้ภูมิธรรม มีความสามารถในทางวิชาการ และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคมต่างวัฒนธรรมได้ มีวินัย มีน้ำใจ มีความเป็นนักคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ในสังคม และมีความรู้สึกนึกคิดหรือทัศนคติที่ดีต่อสังคมและบ้านเมือง โดยที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บัณฑิตว่ามีความพึงพอใจ

มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต-สุขภาพ ประชาชน

     ทั้งนี้ 14 สำนักวิชาที่มหาวิทยาลัยเปิดสอน ได้แก่ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาการจัดการ สำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักวิชานิติศาสตร์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ สำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ สำนักวิชานวัตกรรมสังคม และสำนักวิชาจีนวิทยา

     โดยในปี พ.ศ.2555 ได้ก่อตั้งสำนักวิชาแพทยศาสตร์และสำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งทำให้ทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเน้นไปด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมากขึ้น โดยได้เปิดรับนักศึกษาแพทยศาสตร์รุ่นแรกในปี 2556 และเปิดรับนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์รุ่นแรกในปี 2557 ด้วยวัตถุประสงค์ในทิศทางเดียวกันที่ว่าเพื่อเตรียมกำลังคนด้านสุขภาพที่มีคุณลักษณะพิเศษ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพแล้วยังมีใจมีความสามารถที่จะทำงานกับชุมชนหรือในพื้นที่ชนบทห่างไกล เพื่อรองรับการทำงานดูแลสุขภาพประชาชนในเขตภาคเหนือตอนบน และทั่วประเทศ ตลอดจนประเทศในเขตอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

     ซึ่งในปี พ.ศ. 2560 มฟล.เริ่มดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงขึ้น ประกอบด้วยโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ เป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง สำนักวิชาทันตแพทย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 รัฐบาลได้สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรในศูนย์การแพทย์ด้วย ทั้งนี้การก่อสร้างศูนย์การแพทย์ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ในปี 2561และเปิดดำเนินการเบื้องต้นได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะสร้างคุณโยชน์ให้แก่ทั้งภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในส่วนของให้บริการรักษาประชาชนทั่วไปแล้ว ยังเป็นแหล่งฝึกนักศึกษาแพทย์ – พยาบาล ตลอดจนนักศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพต่อไป

ก้าวต่อไป พร้อมท้าทายทุกความเปลี่ยนแปลง

BCR_7881

     รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี กล่าวถึงการก้าวสู่ปีที่ 20 ของ มฟล. ว่า ได้ปฏิบัติภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาครบถ้วนและเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ จากความตั้งใจที่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และอยากทำประโยชน์ให้กับสังคมและส่วนรวมมากที่สุด ตลอดจนสืบสานปณิธาน ‘ปลูกป่า สร้างคน’ ของสมเด็จย่านั้น มฟล.ทำได้ครบถ้วน

     ในเวลา 20 ปีของมหาวิทยาลัยนี้ได้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้กับสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสาขาวิชาใหม่ๆ รับการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกหรือการหล่อหลอมกำลังคนให้มีความสามารถสำหรับสังคมโลก อย่างที่ตั้งใจให้ มฟล.เป็น World University หรือมหาวิทยาลัยของโลก จึงทำให้บัณฑิตจาก มฟล.มีความสามารถทั้งทางวิชาการ ความสามารถทางภาษา และรู้จักปรับตัว มีความยืดหยุ่น ในการอยู่ในสังคมมีความความหลากหลายในแง่มุมต่างๆ ตลอดจนงานวิชาการและงานวิจัยที่มีแนวทางที่เป็นไปเพื่อส่งเสริมสันติสุขหรือสันติภาพของโลก

     มหาวิทยาลัยยังได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยและประเทศต่างๆ ทั้งประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมถึงจีน หลายประเทศที่มหาวิทยาลัยได้สร้างความสัมพันธ์ไว้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าเมียนมาหรือจีนก็ตาม

     มฟล.เป็นมหาวิทยาลัยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาตลอด 20 ปี และจะไม่หยุดนิ่งอย่างแน่นอน การดำเนินการเป็นแบบรุกไปข้างหน้าตลอดเวลา เพื่อทิ้งมหาวิทยาลัยที่ล้าหลัง การผลิตบัณฑิตที่ล้าหลัง และการทำงานแบบล้าหลังไว้ข้างหลัง ก้าวไปสู่เป้าหมายใหม่ๆ หรือความท้าทายใหม่ๆ ต่อไปไม่สิ้นสุด

     อธิการบดี กล่าวต่อว่า มีคำถามว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของตลาดงานหรือแม้แต่จำนวนนักศึกษาก็ตาม มฟล.วางแผนรับอนาคตไว้อย่างไรนั้น ต้องตอบว่า สถานการณ์ไม่ได้ต่างไปจากวันแรกของ มฟล. ที่มีความท้าทายให้เอาชนะมาตั้งแต่เริ่มต้น

     “ทุกวินาทีของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเต็มไปด้วยความท้าทาย อาจจะเริ่มต้นจากทำอย่างไรให้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ เมื่อเอาชนะได้ก็มีความท้าทายใหม่ๆ รออยู่ทุกวัน ณ วันนี้กำลังก้าวสู่ปีที่ 21 ทศวรรษที่ 3 ความท้าทายอาจจะเปลี่ยนไปในรูปแบบอื่น แต่ก็เป็นความท้าทายให้เราต้องต่อสู้ มฟล.กำลังก้าวสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว...

     ...และการเปลี่ยนแปลงนั้นกระทบกับทุกมหาวิทยาลัยในโลก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักศึกษาลดลงแน่นอนทั่วโลกหรือความเปลี่ยนแปลงของสาขาวิชาที่เปิดสอน ความเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจและการว่าจ้างงาน มหาวิทยาลัยในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจชัดเจน คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การค้นหาสิ่งใหม่เพื่อให้เกิดนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สังคมให้กับบ้านเมือง การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่อจากนี้เป็นอีกความท้าทายที่รออยู่”